วันเสาร์

มากระตุ้น... ระบบเผาผลาญในร่างกายให้ลดน้ำหนักได้ดีกันเถอะ

วันนี้ขอนำวิธีการ ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ที่ดีที่สุดคือร่างกายของเราต้องมีระบบเผาผลาญมากยิ่งขึ้น เพราะนี่คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้น้ำหนักในตัวคุณลดลงได้อย่างใจ ที่ต้องการ แต่น้อยคนนักที่จะเป็นแบบนั้น เพราะฉะนั้นเราจึงมีวิธีสร้างระบบเผาผลาญในร่างกายมาฝากคุณผู้หญิงค่ะ


  ออกกำลังกาย

          เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยการเผาผลาญอย่างได้ผลเยี่ยมอาหารที่คุณกินเข้าไปจะกลายไปเป็นพลังงาน ที่ร่างกายนำไปใช้ในการทำหน้าที่ต่าง ๆ ยิ่งคุณออกกำลังกายบ่อยครั้งมากเท่าไหร่ ระบบการเผาผลาญของคุณก็จะยิ่งทำงานได้รวดเร็วและดีมากขึ้นตามไปด้วย

  เพิ่มรสชาติให้ร่างกายด้วยการทานของเผ็ด

          เติมพริกสดหรือพริกไทยลงในอาหารไม่ว่าจะผัดหรือทอด เพราะเครื่องปรุงรสเผ็ดเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างพลังงานการเผาผลาญ สารที่พบในพริกไทยช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลินซึ่งเร่งระบบ เมตาบอลิซึมให้ทำงานเร็วขึ้น และปริมาณแคลอรีก็จะถูกเผาผลาญเพิ่มมากขึ้น


  เสริมสร้างต่อมไทรอยด์

          วิธีทำให้ต่อมไทรอยด์แข็งแรงคือทานอาหารที่มีไอโอดีนสูง เช่น ปลา ธัญพืช นม ลดอาหารที่มีสารกอยโทรเจน ซึ่งมีผลเสียต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ โดยเฉพาะอาหารจำพวกกะหล่ำปลี หัวผักกาด จะมีสารดังกล่าวอยู่มาก ควรรับประทานอาหารเสริมที่มีวิตามินบีคอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อต่อมไทรอยด์


  เลือกดื่มคาเฟอีน

          การดื่มเครื่องดื่มที่ปริมาณคาเฟอีนเล็กน้อยก่อนออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้น การทำงานของระบบเมตาบอลิซึมให้มีประสิทธิภาพดี โดยเฉพาะชาเขียวถือว่าเป็นเครื่องดื่มชั้นยอดที่มีสารเคทซินโพลีฟีนอลล์ ซึ่งช่วยกระตุ้นการเผาผลาญแคลอรี

  หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้ง

          หลีกเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตขัดขาวจำพวกแป้งอย่างขนมปังและอาหารที่มีน้ำตาล เพราะอาหารเหล่านี้ให้พลังงานที่จะเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลในร่างกาย ซึ่งทำให้ร่างกายเกิดความเฉื่อยชา ผลคือคุณพอใจที่จะนั่งจุ้มปุ๊กกินขนมอยู่บนโซฟามากกว่าจะลุกขึ้นไปออกกำลัง กาย

  แบ่งมื้ออาหารหลาย ๆ มื้อ

          การทานอาหารมื้อละน้อย ๆ แต่ทานถี่ ๆ วันละ 5-6 มื้อ จะช่วยให้ระบบเผาผลาญของคุณทำงานได้อย่างต่อเนื่องซึ่งดีกว่าการทิ้งช่วง ระยะเวลาทานอาหารแต่ละมื้อให้ห่างกัน และเพื่อให้ระบบเผาผลาญของคุณมีประสิทธิภาพต้องแน่ใจว่าอาหารทุกมื้อที่ทาน ประกอบด้วยสารอาหารประเภทโปรตีน และสารอาหารที่มีกากใยอาหาร


          ดื่ม น้ำสะอาดดีที่สุดระบบย่อยอาหารต้องอาศัย น้ำช่วยในการลำเลียงอาหารไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1.5 ลิตร ที่สำคัญน้ำทำให้คุณรู้สึกอิ่ม จึงรับประทานอาหารได้น้อยลง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

6 เหตุผลที่คุณผู้หญิง ทุกคนควรแต่งหน้า

ผู้หญิงกับ เรื่องความสวยความงามนั้นเป็นสิ่งที่คู่กันมาตั้งแต่เกิด วิถีชีวิตของผู้หญิง รักสวยรักงามหลาย ๆคน จึงเกี่ยวพันกับเครื่องสำอางมากมายชนิดที่เรียกว่าสนิทแนบแน่นจนขาดไม่ได้ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ก็ยังมีผู้หญิง อีกหลายต่อหลายคนที่ไม่สนใจที่จะแตะต้องเครื่องสำอางเลย ไม่ว่าจะด้วยความขี้เกียจเอย แต่งหน้าไม่เป็นบ้างเอย แหม่ ฟังแล้วก็เสียดายแทนมาก ๆ เลยล่ะ เกิดเป็นผู้หญิงทั้งที ต้องอย่าหยุดสวย  เราจะชวนผู้หญิงที่ไม่ใส่ใจความสวยความงามของตัวเอง มาแต่งหน้ากันดีกว่าค่ะ เพราะการแต่งหน้านั้นให้อะไรได้มากกว่าความสวยความงามเยอะจริง ๆ เอ้า.. เดี๋ยวจะหาว่าโม้ ไปดูกันเลยดีกว่าว่าการแต่งหน้านั้นให้อะไรกับคุณผู้หญิงบ้าง

          1. สวย ง่าย ๆ สั้น ๆ แต่การันตีว่าจริงยิ่งกว่าจริง เพราะเพียงแค่คุณมีเครื่องสำอางซักชนิดบนใบหน้าไม่ว่าจะเอาไปแต่งแต้มส่วน ไหน มันจะทำให้ใบหน้าโทรม ๆ จืด ๆ ของคุณค่อย ๆ ดูดี มีชีวิตชีวาขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ และยิ่งสาว ๆ คนไหนพร้อมจะเมคอัพ "จัดเต็ม" นี่ไม่ต้องพูดถึง เพราะมันจะเปลี่ยนคุณเป็นคนละคนเลยล่ะ

          2. เครื่องสำอางนั้นช่วยปกป้องผิวพรรณจากแสงแดดและมลภาวะ ไม่ว่าคุณจะใช้แค่ครีมรองพื้นบาง ๆ หรือครีมบำรุงผิวทาลงไปแค่ชั้นเดียวบนใบหน้า ตามด้วยแป้งอีกเล็กน้อย ผิวคุณจะมีเกราะป้องกันที่ช่วยกรองแสงแดดและมลภาวะแล้วค่ะ แม้จะบางเบาก็ตาม

          3. เครื่องสำอางสามารถเนรมิตความเนียนบนใบหน้าได้ง่ายและรวดเร็ว สาว ๆ หลายคนพอพูดถึงการแต่งหน้ามักจะคิดว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก ใช้เวลานาน แต่อยากจะบอกว่าการทำให้ใบหน้าเนียนสวยมีสีสันนิดหน่อยนั้นไม่ได้ใช้เวลานาน เลยค่ะ เพียงแค่สาว ๆ แตะรองพื้น ลงแป้งบาง ๆ ปัดบลัชออน ทาลิปสติก เขียนคิ้วนิดหน่อย ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที คอนเฟิร์มจ้า

          4. สนุกสนาน เพราะ การแต่งหน้านั้นสามารถทำได้หลากหลายสีสัน หลายรูปแบบ จึงไม่แปลกที่สาว ๆ จะรู้สึกสนุกสนานกับการแต่งหน้าในแต่ละวัน เปลี่ยนลุคของตัวเองหลังจากแต่งหน้าทุกครั้ง ยิ่งถ้ามีของเล่นอื่น ๆ อย่างเกล็ดเพชร สีเพ้นท์ต่าง ๆ ที่จะแต่งหน้าไปงานโอกาสต่าง ๆ ขอบอกว่าสนุกใหญ่เลยล่ะ

          5. คลายเครียด ในช่วงเวลาที่สาว ๆ รู้สึกเบื่อหรือเซ็ง หรืออยู่ระหว่างรอใครบางคนอยู่ การแต่งหน้าถือเป็นกิจกรรมแก้เครียดที่ทำให้ลืมเรื่องราวหลาย ๆ อย่างไปได้ช่วงหนึ่งเลยทีเดียวล่ะ ก็แหงล่ะ เพราะเวลาที่สาว ๆ แต่งหน้า สมาธิและความสนใจทั้งหมดก็เทลงมาอยู่ที่หน้าตาที่สะสวยของตัวเองนี่นา

          6. หน้าสะอาดใสหมดจดขึ้น ไม่ เชื่อก็ต้องเชื่อว่าสาว ๆ ที่แต่งหน้าหลายคนมักจะมีใบหน้าที่สะอาดใสกว่าสาว ๆ ที่ไม่แต่งหน้า นั่นเพราะว่าสาว ๆ ที่แต่งหน้ามักจะกังวลถึงความสะอาดหมดจดของใบหน้าก่อนนอนมากกว่าสาว ๆ ที่ไม่แต่งหน้าเสมอ เพราะกลัวสิวจะขึ้นจากเครื่องสำอางตกค้างบ้างล่ะ ความมันอุดตันบ้างล่ะ ก็พูดง่าย ๆ เลยว่า ถ้าสาว ๆ ได้แต่งหน้าแล้ว เมคอัพบนใบหน้าจะบังคับให้สาว ๆ ได้ทำความสะอาดผิวหน้ากันอย่างละเอียดอ่อนมากขึ้นค่ะ

วันจันทร์

แขนสองสีเปลี่ยนทำให้เท่ากันได้







          ผิวแขนคล้ำกว่าลำตัวถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้น แต่ก็ต่างจากผิวไหม้อยู่พอสมควร หากคุณออกไปยืนกลางแดดนาน ๆ ผิวก็จะแสบ แดง ไหม้ แต่ถ้าพูดถึงผิวเหลืองอย่างสาวไทยเราแล้ว หากเรารับแดดอยู่เนือง ๆ นานเข้าผิวเราก็เป็นจะ "สีแทน" มากขึ้นจากเมลาโนไซต์ซึ่งผลิตเม็ดสีในผิวหนัง (จะสังเกตได้ว่าคนเผือกไม่มีเมลาโนไซต์ เมื่อเขาเจอแดดผิวจึงไม่เป็น "สีแทน" แต่จะ "ไหม้") นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมแขนกับลำตัวเป็นคนละสีกัน จนบางคนเห็นเป็นรอยแบ่งสีอย่างชัดเจนที่แขนเสื้อ ทั้งที่คุณก็จำได้ว่าไม่ได้ไปอาบแดดตรงไหนมาสักหน่อย ?

          Fast-Fix

  Microdermabrasion

          หรือที่เรารู้จักกันว่าการกรอผิว เป็นการขัดเอาผิวชั้นนอกสุด คือชั้นหนังกำพร้าออกไปโดยใช้ผงครีสตัลหรือเกล็ดอัญมณี แต่คุณไม่ควรจะรู้สึกเจ็บในระหว่างทำทรีตเมนต์ ข้อดีก็คือผิวจะดูใส่ขึ้น แถมรอยเหี่ยวย่นก็จะน้อยลง ข้อเสียคือคุณอาจรู้สึกว่าผิวแห้ง ลอกเป็นขุย จึงต้องมีการใช้มอยสเจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น รวมขั้นตอนแล้วใช้เวลาประมาณ 40-60 นาที

          ค่าใช้จ่าย 2,000-2,500 บาท/ครั้ง

  Fraxel

          เป็นการปล่อยลำแสงขนาดเล็กจำนวนมากเข้าไปยังใต้ผิวเพื่อให้มีการสร้างเซลล์ ผิวหนังใหม่ ในกรณีของผิวดำคล้ำที่แขนจะอยู่แค่ระดับตื้นเท่านั้น ในขั้นตอนการทำทรีตเมนต์อาจต้องมีการแปะยาชา เซลล์เก่าจะตายและถูกเซลล์ใหม่ผลักให้หลุดออกมาภายใน 1-2 สัปดาห์ จึงกล่าวได้ว่าจะเห็นผิวใสขึ้นหลังจากทำทรีตเมนต์ประมาณ 7-10 วัน แต่หากอยากได้ผลที่ชัดเจน ต้องทำประมาณ 3-5 ทรีตเมนต์ขึ้นไป หลังจากทำเสร็จผิวอาจมีอาการคันแดง ต้องหลบแสงแดด

          ค่าใช้จ่าย 3,000-4,000 บาท/ครั้ง

  IPL

          ไม่ใช่เลเซอร์แต่เป็นแสงที่มีความเข้มสูง ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง เหมาะกับการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดความหมองคล้ำ ในขั้นตอนทรีตเมนต์ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา แต่อาจรู้สึกเจ็บแปลบ ๆ บ้าง และใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที ต่อครั้ง โดยทั่วไปจะเห็นผลชัดเจนภายใน 5 ทรีตเมนต์ อาจมีผลข้างเคียง เช่น เจ็บแสบ บวมแดง ข้อเสียก็คือ ถ้าสีแขนที่ไม่สม่ำเสมอนั้นเกิดจากากรไหม้แดดมาไม่ถึง 2 สัปดาห์ จะไม่สามารถใช้ IPL ได้เพราะอาจจะทำให้ผิวไหม้

          ค่าใช้จ่าย ประมาณ 5,000-8,000 บาท/ครั้ง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก