ขอบคุณ www.pooyingnaka.com
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การแต่งหน้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การแต่งหน้า แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์
Eye shadow kit
เขียนโดย
บทความเกร็ดความรู้ สุขภาพที่ผู้หญิง ไม่ควรพลาด
ที่
01:38
ขอบคุณ www.pooyingnaka.com
‘ม่วงซี้ด เปรี้ยวซ่า’ สไตล์ฮาราจูกุ
เขียนโดย
บทความเกร็ดความรู้ สุขภาพที่ผู้หญิง ไม่ควรพลาด
ที่
01:36
มิสแดนนี่ ซัง (Ms.Dany Sanz) ผู้สร้างสรรค์แบรนด์ Make Up For Ever เครื่องสำอางสัญชาติฝรั่งเศส นำขบวนแนะนำการแต่งหน้าแบบต้อนรับฤดูหนาวที่ใกล้มาถึงในสไตล์ อัลตร้า ไวโอเลต (Ultra Violet) เน้นความโดดเด่นเป็นพิเศษที่ดวงตา ที่คมชัด ลึกลับแบบแม่มดสาวพราวเสน่ห์
ก่อนอื่นต้องเตรียมผิวก่อนแต่งหน้าเพื่อปรับสีผิวให้เท่ากัน เน้นสีผิวดูเปล่งปลั่งสุขภาพดี หากใครมีรอยคล้ำใต้ตาต้องแต้มคอนซีลเลอร์อำพรางร่อยรอยหมองคล้ำก่อน แนะนำ HD Definition Concealer จาก Make Up For Ever เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ
หลังจากเตรียมหน้าเรียบร้อย ขั้นตอนสำคัญอยู่ที่การละเลงสีสันบนใบหน้า ทริคง่ายๆ ให้ดูม่วงทำไม่ยาก ตั้งแต่เริ่มวาดคิ้วให้เป็นสีม่วงด้วย Aqua Eyes แต้มสีตาด้วยสโมคกี้อายสีดำ และใช้ Aqua Eyes ทาที่ขอบตาบนและล่าง ติดขนตาปลอมเพิ่มความยาว ส่วนปากและแก้มเน้นโทนสีชมพูพีช ดูเปล่งปลั่งเหมือนเพิ่งจิบไวน์แดง
ลุคนี้เหมาะสำหรับไปปาร์ตี้ งานแฟนซีซนๆ หรือใจกล้าบ้าบิ่นแบบสาวฮาราจูกุเท่านั้น ส่วนสาวออฟฟิศแนะนำให้นำทริคไปใช้แค่ส่วนตากันไว้ไม่ให้ตกเทรนด์ แต่ดูสุภาพเหมาะกับวันทำงานมากกว่า.
Dailynews
ก่อนอื่นต้องเตรียมผิวก่อนแต่งหน้าเพื่อปรับสีผิวให้เท่ากัน เน้นสีผิวดูเปล่งปลั่งสุขภาพดี หากใครมีรอยคล้ำใต้ตาต้องแต้มคอนซีลเลอร์อำพรางร่อยรอยหมองคล้ำก่อน แนะนำ HD Definition Concealer จาก Make Up For Ever เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ
หลังจากเตรียมหน้าเรียบร้อย ขั้นตอนสำคัญอยู่ที่การละเลงสีสันบนใบหน้า ทริคง่ายๆ ให้ดูม่วงทำไม่ยาก ตั้งแต่เริ่มวาดคิ้วให้เป็นสีม่วงด้วย Aqua Eyes แต้มสีตาด้วยสโมคกี้อายสีดำ และใช้ Aqua Eyes ทาที่ขอบตาบนและล่าง ติดขนตาปลอมเพิ่มความยาว ส่วนปากและแก้มเน้นโทนสีชมพูพีช ดูเปล่งปลั่งเหมือนเพิ่งจิบไวน์แดง
ลุคนี้เหมาะสำหรับไปปาร์ตี้ งานแฟนซีซนๆ หรือใจกล้าบ้าบิ่นแบบสาวฮาราจูกุเท่านั้น ส่วนสาวออฟฟิศแนะนำให้นำทริคไปใช้แค่ส่วนตากันไว้ไม่ให้ตกเทรนด์ แต่ดูสุภาพเหมาะกับวันทำงานมากกว่า.
Dailynews
สโมกกี อาย เก๋ไก๋อมตะนิรันดร์กาล
เขียนโดย
บทความเกร็ดความรู้ สุขภาพที่ผู้หญิง ไม่ควรพลาด
ที่
01:36
เพราะว่าบรรดาช่างแต่งหน้า นักสร้างสรรค์ความงาม มักจะคิดค้นสไตล์ใหม่ๆ มายั่วใจสาวๆ ที่รักสีสันการแต่งหน้าอยู่เสมอๆ ล่าสุด กูรูความงามระดับโลก จากค่ายเครื่องสำอางดังของฝรั่งเศสจะมาแนะนำการแต่งหน้าสไตล์สโมกกี อายแนวใหม่ (อีกครั้ง)
สวยแบบสโมกกี อาย
อินโทร... เผื่อใครยังไม่รู้จักสโมกกี อาย ให้ลองดูเซเลบคนดังเหล่านี้เป็นตัวอย่าง พวกเขามักจะออกมาในลุคสโมกกี อายเสมอๆ
ตั้งแต่ แคเธอรีน ไฮเกล นักแสดงนำจากซีรีส์ดัง Grey’s Anatomy เป็นสโมกกี อายแบบอ่อนๆ ขณะที่ เอวา ลองโกเรีย สาวสวยจาก Desperate Housewives เข้มขึ้นมานิด ส่วน เฟอร์กี หรือ สเตซีย์ แอนน์ เฟอร์กูสัน นักร้อง/นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน เกือบจะเป็นสโมกกี อายแนวใหม่เข้าไปทุกที
ข้ามมาที่ เคียรา ไนต์ลีย์ นักแสดงอังกฤษ แห่ง Pirates of the Caribbean ไตรภาค ออกงานเปิดตัวทุกครั้งด้วยสโมกกี อาย ส่วน สคาร์เล็ต โยฮันส์สัน แม้เราจะมักเห็นเธอในลุคธรรมชาติ แต่สโมกกี อาย ก็ช่วยให้เธอฮอตยิ่งขึ้น
สำหรับสาวสวย เจสสิกา อัลบา บอกว่า สโมกกี อาย คือ ลุคที่เธอโปรดสุดๆ ด้าน นาตาลี พอร์ตแมน ใครๆ ก็ทึ่งกับลุคสโมกกี อายของเธอบนปก Marie Claire เวอร์ชันอังกฤษ
ฝั่งนักร้องอาร์ แอนด์ บี เอลิเชีย คีย์ส ดวงตาสวยๆ ของเธอต้องเน้นด้วยสโมกกี อาย ฮิตไม่แพ้ บียอนเซ โนลส์ ดีว่าคนดัง ที่สโมกกี อายของเธอเป็นประกายเสมอ
สุดท้ายขาดไม่ได้ เธอคือสโมกกี อายตัวแม่ ผู้คว้ารางวัลราชินีแห่งสโมกกี อายตัวจริง อาวรีล ลาวีญน์
สโมกกี อายรูปแบบใหม่
เห็นภาพชัดกันไปแล้ว ก็มาตามคำเรียกร้อง อารอน เดอ เมย์ กูรูความงามระดับโลก ในฐานะนักออกแบบและช่างแต่งหน้าของเครื่องสำอางลังโคม ได้คิดค้นเทคนิคการแต่งตาแบบสโมกกี อายแบบฉีกกรอบ ที่จะเนรมิตคุณให้เป็นสาวปารีเซียนหัวรั้น ร้อนแรง
พลังของสีคราม ขับเน้นด้วยสีทองและสีแดง ผสมผสานเป็นสโมกกี อายรูปแบบใหม่ที่โดดเด่นที่ขอบตาคมชัด ทั้งเป็นตัวของตัวเองและยั่วยวนใจ โครงสร้างของสีที่ทรงพลังจะส่งเสริมภาพลักษณ์ของฤดูกาล ดวงตาดูโตขึ้นอย่างน่าทึ่งด้วยสีครามเข้ม เรียวปากเจิดจ้าด้วยสีแดงแมต สีผิวสวยงามประกายทอง ไปกันได้สวยกับการแต่งเล็บสไตล์เฟรนช์แมนิเคียวร์ที่พลิกรูปแบบไปเช่นเดียวกัน เป็นการสวนกระแสอย่างเรียบง่าย ทว่าหวือหวาท้าทาย
อารอนบอกว่า เขาเริ่มเน้นที่โคนตาด้วยอายไลเนอร์ครีมหรือเจลสีดำสูตรกันน้ำ จากนั้นเพิ่มความเข้มให้หางตาและเปลือกตาบนด้วยดินสอเขียนขอบตาสีน้ำเงินคราม ผสมผสานกับอายแชโดว์สีครามเมทัลลิก ก่อนจะวาดเส้นสีครามเมทัลลิกที่โคนตาเพื่อความเข้มชวนตะลึง “นี่เปรียบเสมือนสีที่แทนสีดำในสายตาของผม อย่าลืมปิดท้ายด้วยการเน้นโหนกคิ้วด้วยดินสอเขียนขอบตาสีทอง แล้วเสริมให้เด่นขึ้นด้วยลิปกลอสสีทองด้วยนะครับ” อารอน ย้ำ
สำหรับคนที่ต้องการสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งยิ่งขึ้น ก็สามารถเลือกใช้อายแชโดว์แบบเปียก ซึ่งจะให้ความเป็นเงาวับเจิดจรัส “เพียงแค่จุ่มพู่กันเขียนขอบตาพอหมาดๆ แล้วก็นำมาแต่งแต้มอย่างง่ายๆ จะให้ดีก็เติมภาพลักษณ์แบบสะดุดตานี้ด้วยท็อปโค้ตมาสคาราสีทองด้วย จะเพอร์เฟกต์สุด” อารอน เสริม
กูรูคนดังชาวนิวซีแลนด์บอกว่า หญิงสาวหลายคนอยากเปรี้ยว แต่ก็ยังกังวลเรื่องความเป็นธรรมชาติ “ฉะนั้นต้องเพิ่มสีทองให้หลากหลายมากขึ้น อย่างเช่น การแต่งตาให้ดูสว่างด้วยอายแชโดว์สีทอง ไล้ทั่วเปลือกตา ตามด้วยการวาดดินสอเขียนขอบตาสีน้ำเงินครามตามแนวขนตา อย่าลืมเพิ่มม่านบางใสของอายแชโดว์สีครามสักนิด เกลี่ยขึ้นสู่โหนกคิ้ว ปิดท้ายด้วยการเน้นดวงตาโดยปัดมาสคาราสีทองทับสองสามชั้น แอบเอาลิปกลอสสีทองแวววาวมาปัดขนตาด้านล่าง เป็นการเติมลุคได้ด้วย
- สีผิวดังทอง
เพื่อให้สีผิวเนียนไร้ที่ติ เปล่งปลั่งดังสีทอง อารอน ปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอก่อนด้วยรองพื้นบางเบา “ฤดูกาลนี้ผมขอแนะนำให้เลือกใช้เฉดสีที่อ่อนกว่าสีผิวจริงของคุณ เพื่อให้สีผิวดูสว่างสดใส และเพื่อให้การรองพื้นดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ผมใช้แป้งไฮไลต์สีทองหรือชิมเมอร์สีทองเพื่อปรับสีผิวและขับสีทองให้อร่าม
จากนั้นมาไฮไลต์กรอบหน้ากันครับ โดยที่ต้องเน้นคือสันจมูก โหนกคิ้ว และหน้าผาก วิธีนี้ช่วยให้รูปหน้าได้รับการปรับแต่งและเสริมจุดเด่นไปพร้อมกันด้วย แล้วก็เพื่อภาพลักษณ์ที่หรูขึ้น ผมใช้อายแชโดว์สีทองคู่กับลิปสติกเนื้อแมตต์สีทองในการตกแต่งแก้มครับ โดยแตะเล็กน้อยทั่วโหนกแก้ม ก่อนเปลี่ยนให้กลมกลืนกันด้วยปลายนิ้วเพื่อสร้างพวงแก้มแดงระเรื่อ”
ลิปสติกสีแดงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้จากโต๊ะเครื่องแป้ง หลายๆ คนไม่กล้าพอที่จะทาปากสีเจิดขนาดนั้นออกจากบ้าน แม้จะหลงใหลในเสน่ห์แนววินเทจของสีแดงแมตต์ (ด้าน) ขนาดไหน อารอน บอกว่า ถ้าไม่มั่นใจสามารถปรับใช้ลิปสติกสีแดงแท่งเก่งได้ แถมยังทันสมัยและได้ลูกเล่นที่เป็นธรรมชาติ “ใช้ปลายนิ้วแต้มสีที่กลางริมฝีปาก เกลี่ยออกสู่มุมปากให้ดูเหมือนการขบกัดปากธรรมชาติ หรือจะแตะลิปกลอสสีทองเล็กน้อยทาทับสีแดงที่กึ่งกลางริมฝีปาก เรียวปากจะดูเย้ายวนอย่างน่าทึ่ง ถ้าต้องการภาพลักษณ์แบบโก้หรูยิ่งขึ้น ก็อย่าลืมเติมม่านอายแชโดว์สีทองไปบนเรียวปากเลย เพื่อความหรูหราละมุนละไม” อารอน ทิ้งท้ายว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้
- เล็บหรูหราราวเครื่องประดับ
ไขประตูสู่'คิ้ว'สวยเส้นต่อเส้น
เขียนโดย
บทความเกร็ดความรู้ สุขภาพที่ผู้หญิง ไม่ควรพลาด
ที่
01:35
หน้ารูปไข่
ลักษณะคิ้วโค้งขึ้นเล็กน้อย แต่ต้องไม่โก่งมาก แล้วจึงหักมุม
หน้าเหลี่ยม
เน้นโค้งหักมุม เพิ่มความเหลี่ยมให้กับด้านบนของหน้า เพื่อให้สมดุลกับกรามทั้งสองข้าง
หน้ากลมกันคิ้วให้โก่งและเป็นมุม หลอกตาให้หน้าดูเพรียว และยาวขึ้น
หน้ายาว
ควรกันคิ้วให้โค้งเล็กน้อย จนเกือบเป็นเส้นตรง เพื่อพรางให้ดูเหมือนใบหน้าสั้นลง
หน้ารูปหัวใจ
เนื่องจากคางเล็กและแหลม ดังนั้นควรกันคิ้วให้มีความโค้งมนเล็กน้อยเพื่อปรับสมดุลใบหน้า
ส่วนผู้ที่มีคิ้วบาง แหว่ง หนา รกหรือยุ่ง มีวิธีแก้ง่ายๆ โดยการเขียนคิ้วด้วยแปรงหัวตัดจิ้มอายแชโดว์สีน้ำตาลเทา หรือน้ำตาลอมเขียว แต่ไม่ควรใช้น้ำตาลอมแดง เพราะจะดูหลอกตา หรือเพียงใช้มาสคาร่าสำหรับปัดทับคิ้วโดยเฉพาะเพื่อให้คิ้วเรียงตัวกันเป็นระเบียบ อย่างไรก็ตาม เทคนิคการเลือกสีเน้นว่า ควรยึดเอาสีเดียว กับลูกนัยน์ตา ขนตา และสีผมเป็นหลัก
แต่หากวิธีที่แนะมายุ่งยากเกินกว่าจะทำได้ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านคิ้วโดยเฉพาะ อย่าง ‘อนาสตาเซีย’ ผู้เชี่ยวชาญการจัดแต่งคิ้วให้กับมาดอนน่า เจนนิเฟอร์ โลเปซ หรือชาลิซ เธียรอน โดยแจ้งเกิดในวงการได้เพราะคิดค้นการใช้หลักอัตราส่วนทองคำ (Golden Ratio) ศาสตร์ที่ใช้ความรู้ด้านกายวิภาค วิเคราะห์ลักษณะคิ้ว รวมถึงโครงสร้างกระดูก และกล้ามเนื้อบริเวณรอบคิ้วเพื่อให้สมบูรณ์แบบตามเฉพาะบุคคล
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญ ไม่ว่าเทรนด์แต่งหน้าจะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่คิ้วเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องคงความเป็นธรรมชาติไว้ ดังเช่น คติการจัดแต่งคิ้วให้สวยงามของอนาสตาเซีย คือ การดึงเอาความสวยงาม และความโดดเด่นเฉพาะตัวของผู้หญิงแต่ละคนออกมา โดยไม่เปลี่ยนแปลงเรียวคิ้วให้เปลี่ยน ไป
Dailynews
Seductive Glossy Lipอยากให้เรียวปากดูอวบอิ่มและเซ็กซี่แบบสุดๆ ลิปกลอสเท่านั้นที่ช่วยได้ ด้วยส่วนผสมของแว็กซ์ช่วยให้เรียวปากดูแวววาว แถมยังเพิ่มมิติสะท้อนแสงช่วยให้ริมฝีปากดูอิ่มเอิบ โดยเฉพาะลิปกลอสที่มีส่วนผสมของกลิตเตอร์
ถ้าต้องการลุคสวยใสสไตล์เกาหลีใช้เพียงลิปกลอสอย่างเดียวก็ได้ แต่ถ้าอยากใช้ลิปสติกเนื้อครีมหรือเชียร์แท่งเก่าด้วย แนะนำให้ทาลิปสติกก่อนแล้วค่อยทาลิปกลอสโทนสีเดียวกันทับอีกครั้ง สีที่ได้จะให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลเย้ายวนกว่าเดิม
ถ้าต้องการลุคสวยใสสไตล์เกาหลีใช้เพียงลิปกลอสอย่างเดียวก็ได้ แต่ถ้าอยากใช้ลิปสติกเนื้อครีมหรือเชียร์แท่งเก่าด้วย แนะนำให้ทาลิปสติกก่อนแล้วค่อยทาลิปกลอสโทนสีเดียวกันทับอีกครั้ง สีที่ได้จะให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลเย้ายวนกว่าเดิม
Tipsสาวริมฝีปากเล็กสามารถทาลิปกลอสได้ทั่วทั้งบนและล่างส่วนใครที่เรียวปากได้รูปอยู่แล้วอาจทาลิปกลอสเน้นเฉพาะริมฝีปากล่างก็พอ แต่ถ้าใครมีเรียวปากค่อนข้างหนาควรทาเฉพาะกึ่งกลางริมฝีปากล่าง เพื่อให้เรียวปากไม่ดูใหญ่จนเกินงาม
ใครมีปัญหาริมฝีปากคล้ำ ลองใช้รองพื้นเนื้อบางเบาหรือลิปเบสทาให้ทั่วเรียวปากบางๆ แล้วใช้ลิปสติกทาทับก่อนเพิ่มความสดใสด้วยลิปกลอสอีกครั้ง
ใครมีปัญหาริมฝีปากคล้ำ ลองใช้รองพื้นเนื้อบางเบาหรือลิปเบสทาให้ทั่วเรียวปากบางๆ แล้วใช้ลิปสติกทาทับก่อนเพิ่มความสดใสด้วยลิปกลอสอีกครั้ง
Luscious Sheer Lip
ลิปสติกเนื้อเชียร์ให้ความอิ่มเอิบและเงางามแก่เรียวปาก (แต่ไม่แวววาวเท่าลิปกลอส) มักจะมีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้นสูง เช่น วิตามินอี อโลเวรา และกลีเซอรีน ช่วยให้ริมฝีปากดูสุขภาพดีและไม่แตกแห้งเป็นขุย
แต่ถึงอย่างไรก่อนทาลิปสติกทุกครั้ง สาวๆ ก็ยังควรนวดริมฝีปากด้วยลิปบาล์มก่อน เพื่อให้ริมฝีปากอ่อนนุ่มลงและไม่แห้งแตกเป็นร่อง
ข้อดีของลิปเชียร์คือ ให้เนื้อสัมผัสเบาบางเป็นธรรมชาติที่สุด ไม่ทำให้รู้สึกหนักปาก โดยลิปสติกสีอ่อนจะให้ความรู้สึกบางใสดูสุขภาพดี ส่วนสีเข้มก็สวยไม่จัดจนเกินไป
ลิปสติกเนื้อเชียร์ให้ความอิ่มเอิบและเงางามแก่เรียวปาก (แต่ไม่แวววาวเท่าลิปกลอส) มักจะมีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้นสูง เช่น วิตามินอี อโลเวรา และกลีเซอรีน ช่วยให้ริมฝีปากดูสุขภาพดีและไม่แตกแห้งเป็นขุย
แต่ถึงอย่างไรก่อนทาลิปสติกทุกครั้ง สาวๆ ก็ยังควรนวดริมฝีปากด้วยลิปบาล์มก่อน เพื่อให้ริมฝีปากอ่อนนุ่มลงและไม่แห้งแตกเป็นร่อง
ข้อดีของลิปเชียร์คือ ให้เนื้อสัมผัสเบาบางเป็นธรรมชาติที่สุด ไม่ทำให้รู้สึกหนักปาก โดยลิปสติกสีอ่อนจะให้ความรู้สึกบางใสดูสุขภาพดี ส่วนสีเข้มก็สวยไม่จัดจนเกินไป
Tipลิปสติกเนื้อเชียร์ประกอบด้วยเนื้อครีมที่เจือจางและมีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ค่อนข้างมาก ทำให้สีไม่ติดคงทน
สาวๆ จึงควรทาลิปสติกให้ทั่ว จากนั้นใช้ทิชชูซับบนเรียวปาก ก่อนใช้แป้งฝุ่นไม่ผสมรองพื้นปัดทับ ปิดท้ายด้วยการทาลิปสติกทับอีกครั้ง เทคนิคนี้ช่วยให้ลิปสติกติดทนนานยิ่งขึ้นได้
สาวๆ จึงควรทาลิปสติกให้ทั่ว จากนั้นใช้ทิชชูซับบนเรียวปาก ก่อนใช้แป้งฝุ่นไม่ผสมรองพื้นปัดทับ ปิดท้ายด้วยการทาลิปสติกทับอีกครั้ง เทคนิคนี้ช่วยให้ลิปสติกติดทนนานยิ่งขึ้นได้
Smooth Creamy Lip
ลิปสติกเนื้อแน่นที่สุดต้องยกให้แบบเนื้อครีม ลักษณะเด่นคือ ให้สีสันชัดเจนตามที่เราเห็นจากแท่งซึ่งอาจมีความมันวาวอยู่บ้าง แต่ถ้าทาแล้วอยากให้สีดูด้านๆ ควรเลือกที่ระบุไว้ว่า “Matte”
การที่ลิปสติกชนิดนี้มีความวาวน้อยทำให้มีคุณสมบัติติดทนนานที่สุด แต่ไม่เหมาะกับสาวที่มีริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุย เพราะเมื่อทาไปแล้วจะยิ่งเห็นขุยและร่องแตกชัดมากขึ้น
ลุคการแต่งหน้าที่เหมาะกับลิปสติกเนื้อครีมจะเป็นแบบหรูและค่อนข้างดูเป็นทางการ ส่วนสาวเปรี้ยวที่แต่งหน้าน้อยๆ อาจใช้ลิปสติกเนื้อครีมสีสดสร้างจุดสนใจให้ใบหน้าก็ดูเก๋ไม่ใช่น้อย
ลิปสติกเนื้อแน่นที่สุดต้องยกให้แบบเนื้อครีม ลักษณะเด่นคือ ให้สีสันชัดเจนตามที่เราเห็นจากแท่งซึ่งอาจมีความมันวาวอยู่บ้าง แต่ถ้าทาแล้วอยากให้สีดูด้านๆ ควรเลือกที่ระบุไว้ว่า “Matte”
การที่ลิปสติกชนิดนี้มีความวาวน้อยทำให้มีคุณสมบัติติดทนนานที่สุด แต่ไม่เหมาะกับสาวที่มีริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุย เพราะเมื่อทาไปแล้วจะยิ่งเห็นขุยและร่องแตกชัดมากขึ้น
ลุคการแต่งหน้าที่เหมาะกับลิปสติกเนื้อครีมจะเป็นแบบหรูและค่อนข้างดูเป็นทางการ ส่วนสาวเปรี้ยวที่แต่งหน้าน้อยๆ อาจใช้ลิปสติกเนื้อครีมสีสดสร้างจุดสนใจให้ใบหน้าก็ดูเก๋ไม่ใช่น้อย
Tipsก่อนทาลิปสติกเนื้อครีมทุกครั้งควรใช้แปรงสีฟันหรือสครับขัดส่วนที่เป็นขุยออกให้ริมฝีปากเนียนนุ่มก่อน จากนั้นจึงทาลิปทรีตเม้นท์หรือลิปเอสเซ้นซ์เนื้อบางเบาเป็นพื้นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแต่ไม่มันวาว
เคล็ดลับการทาลิปสติกให้เรียบเนียนสวยคือ ควรยิ้มเหยียดริมฝีปากออก แล้วใช้
พู่กันวาดที่รอยหยักของปากก่อนแล้วจึงตามด้วยกึ่งกลางริมฝีปากล่าง ก่อนจะลากพู่กันจากมุมปากไปบรรจบที่กึ่งกลาง

เคล็ดลับการทาลิปสติกให้เรียบเนียนสวยคือ ควรยิ้มเหยียดริมฝีปากออก แล้วใช้
พู่กันวาดที่รอยหยักของปากก่อนแล้วจึงตามด้วยกึ่งกลางริมฝีปากล่าง ก่อนจะลากพู่กันจากมุมปากไปบรรจบที่กึ่งกลาง
วิธีเช็ดเครื่องสำอางบนใบหน้าที่ถูกต้อง
เขียนโดย
บทความเกร็ดความรู้ สุขภาพที่ผู้หญิง ไม่ควรพลาด
ที่
01:31
ผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บอบบางมากที่เวลาที่ทำความสะอาดแนะนำให้หยดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใส่ลงสำลีพอประมาณ จากนั้นเช็ดออกอย่างเบามือห้ามถูไปถูมาเด็ดขาด ถ้าเป็นตรงเปลือกตาก็ค่อยๆ เช็ดลงมาจนถึงตรงขอบตาเพื่อจะรูดมาสคาร่าให้ติดออกไปตามปลายขนตา สำหรับตรงขอบตาก็แนะนำให้พับสำลีเป็นมุมสามเหลี่ยมเช็ดออกอย่างเบาๆ
ริมฝีปาก
เมื่อพับสำลีเป็นสามเหลี่ยมแล้วก็ใช้ตรงมุมเช็ดตามร่องปาก โดยเช็ดในแนวดิ่งจากด้านในออกมาตรงด้านนอกริมฝีปากไม่แนะนำให้ถูในแนวขวางเพราะจะทำให้ริมฝีปากแตกและถ้าทำซ้ำๆ นานๆ ไปมีผลให้ริมฝีปากเป็นร่องและมีรอยย่นเหี่ยว
ผิวหน้า
เริ่มจากบริเวณทีโซนก่อน โดยเริ่มวนจากบริเวณหน้าผาก จมูกและคาง และควรใช้นิ้วนางและนิ้วกลางสำหรับคลึงวนในการทำความสะอาด โดยคลึงวนออกตามจุดต่างๆ บนผิวหน้าถ้าคุณเลือกใช้คลีนซิ่งออยล์ก็สามารถล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดได้เลย แต่ถ้าเป็นคลีนซิ่งเจลหรือน้ำนมคุณต้องซับหน้าด้วยทิชชูก่อนแล้วค่อยตามด้วยน้ำสะอาดและโฟมล้างหน้า
ขอบคุณ www.pooyingnaka.com
ตบแป้ง...แต่งหน้าให้เจิดจรัส
เขียนโดย
บทความเกร็ดความรู้ สุขภาพที่ผู้หญิง ไม่ควรพลาด
ที่
01:30
ผู้เชี่ยวชาญการแต่งหน้าของซีเอและมาจอร์ลิกา มาจอร์กา ขอเสนอ 7 วิธีในการแต่งเติมแป้งฝุ่นให้คุณสาวๆ เกิดชนิดเจิดจรัส
ในวันสบายๆ ที่อยากจะเปลือยผิวหน้าโดยไร้เมกอัพ แต่ไม่กล้าที่จะโชว์ผิวที่แท้จริงได้ แป้งฝุ่นเป็นอีกหนึ่งเมกอัพที่บางเบา จนคุณไม่รู้สึกว่าผิวหน้าได้รับการแต่งเติม แต่จะให้ผลลัพธ์ผิวหน้าดูเนียนใสเป็นธรรมชาติ เพียงแค่ทาให้ทั่วใบหน้า
หลังจากลงรองพื้นแต่งหน้า แป้งฝุ่นจะเสริมให้รองพื้นแนบสนิทไปกับผิวหน้ายิ่งขึ้น และเบาสบายไม่เหนอะหนะ โดยใช้แปรงแต่งหน้าแตะแป้งฝุ่นบางๆ จากนั้นเคาะก้านแปรงกับหลังมือเบาๆ เพื่อให้เนื้อแป้งฝุ่นกระจายทั่วแปรง จากนั้นทาลงบนส่วนกลางของใบหน้าเพียงบางเบาให้ทั่วก่อนที่จะเลื่อนไล่ไปยังขอบของใบหน้า แล้วแตะแป้งลงบริเวณขอบจมูก เปลือกตา ก่อนตามด้วยแป้งผสมรองพื้นในขั้นต่อไป
ก่อนทาอายแชโดว์ชนิดฝุ่น โดยทาแป้งฝุ่นให้ทั่วเปลือกตา จะช่วยให้การเกลี่ยเนื้ออายแชโดว์ง่ายและเรียบเนียนขึ้น นอกจากนี้ แป้งฝุ่นยังช่วยลดความเข้มของสีอายแชโดว์ที่แต่งเติม โดยใช้แปรงแตะแป้งฝุ่น แล้วทาในลักษณะเกลี่ยไปมาทับลงบนสีอายแชโดว์ที่เปลือกตา วิธีนี้จะทำให้สีที่เข้มดูอ่อนลง
ขั้นตอนสุดท้ายในการเก็บรายละเอียดของสีสันเมกอัพที่แต่งเติมอยู่บนใบหน้า ทุกครั้งที่แต่งหน้าเสร็จ จะมีเศษของสีสันเมกอัพแอบเลอะอยู่นอกเหนือบริเวณที่แต่งเติม ไม่ว่าจะเป็นใต้ตา สันจมูก หรือแก้ม หากเราใช้พัฟฟ์หรือทิชชูเช็ดออก น้ำหนักมือในการเช็ดอาจจะทำให้สีที่เลอะชัดเจนขึ้น ควรใช้แปรงแตะเนื้อแป้งฝุ่น แล้วปัดในบริเวณที่เลอะในลักษณะปัดออกอย่างเบามือ
ไฮไลต์ผิวหน้าหลังเมกอัพ เพื่อเสริมให้รูปหน้ามีมิติ โดยปัดบริเวณที-โซน คาง และขากรรไกร จะช่วยเสริมให้โครงหน้าดูเด่นชัด พร้อมกันนี้ยังมอบผิวดูสว่างเปล่งปลั่ง เสริมให้เมกอัพที่แต่งดูสวยยิ่งขึ้น
แตะซับผิวหน้าให้เนียนในระหว่างวัน นอกจากให้ผิวหน้าเบาสบายแล้ว ยังช่วยให้สีสันเมกอัพที่แต่งตั้งแต่เช้าดูสวยสดใสตลอดวัน
หลังจากบำรุงผิวหน้าด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ก่อนส่งผิวเข้านอน คุณสาวๆ บางคนอาจจะไม่ชอบให้ผิวเหนอะหนะก่อนนอนจากมอยส์เจอไรเซอร์ที่บำรุงผิว แป้งฝุ่นสามารถช่วยให้ผิวเบาสบาย ตื่นมาด้วยความสดชื่น แบบหน้าไม่มันวาวและไม่อุดตันรูขุมขน
ทราบอย่างนี้แล้ว คราวหน้าไม่ใช่แค่หน้าเนียนเรียบ แต่เจิด...ชนิดหนุ่มเหลียวกันคอเคล็ดเชียวล่ะ
จุดเริ่มต้นสร้างผิวเนียนเรียบ
1.แต้มครีมรองพื้น 5 จุดบนใบหน้า (บริเวณแก้มทั้งสองข้าง หน้าผาก จมูก และคาง) ด้วยปลายนิ้ว
2.เกลี่ยครีมรองพื้นจากกึ่งกลางใบหน้าออกด้านข้างแก้ม ในลักษณะเดียวกันทั้งสองข้าง และเกลี่ยบริเวณหน้าผาก รอบดวงตา จมูก และริมฝีปาก
3.จากนั้นเกลี่ยรองพื้นบริเวณกรอบของใบหน้า จากหน้าผากจรดคาง อย่างเบามือ
4.หลังจากตรวจสอบความเรียบเนียนของใบหน้าแล้ว ให้เพิ่มเติมบริเวณที่ต้องการปกปิดเป็นพิเศษ (แต้มครีมรองพื้นบริเวณที่ต้องการด้วยปลายนิ้ว และกดเบาๆ)
5.จากนั้นตรวจสอบความสม่ำเสมอของครีมรองพื้น โดยเฉพาะบริเวณไรผมและขากรรไกร
ทิปแต่งหน้าให้สมบูณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยแป้งพัฟฟ์
1.ใช้พัฟฟ์ซับแป้ง
2.ทาแป้งในลักษณะกดพัฟฟ์ลงบนผิวหน้าอย่างเบามือ เพื่อป้องกันไม่ให้ครีมรองพื้นหลุดและจางลง
3.เมื่อทาแป้งในบริเวณจุดเล็กๆ เช่น รอบดวงตา และริมฝีปากแล้ว พับพัฟฟ์เป็นครึ่งวงกลม และกดซับตามส่วนเว้าส่วนโค้งของใบหน้า ใช้วิธีกดพัฟฟ์ในบริเวณที่แป้งลดเลือนง่าย เช่น ที-โซน และปีกจมูก
4.ใช้พัฟฟ์ส่วนที่ไม่มีแป้งเกลี่ยบริเวณกรอบของใบหน้า จากหน้าผากลงไปบริเวณคางอย่างเบามือ
เทคนิคใช้คอนซีลเลอร์เพื่อปกปิด
เขียนโดย
บทความเกร็ดความรู้ สุขภาพที่ผู้หญิง ไม่ควรพลาด
ที่
01:30
1. รอยจุดด่างดำ กระ และฝ้า
สาวคนไหนที่มีจุดด่างดำ กระ หรือฝ้าประทับอยู่บนใบหน้างามๆ ของเรา เซ็งจับจิตอยู่ใช่ไหมล่ะ เพราะทำให้ใบหน้าอันอ่อนเยาว์ของเราดูไม่เกลี้ยงเกลา เหมือนกับมีรอยมลทินยังไงยังงั้น ปัญหาแบบนี้สามารถแก้ไขง่ายๆ ด้วยคอนซีลเลอร์ตัวเก่ง
ให้สาวๆ ใช้พู่กันแต้มคอนซีลเลอร์มาทาลงบนจุดด่างดำขนาดใหญ่และเห็นได้ชัดก่อนนะ
จากนั้นให้ลงรองพื้นประจำตัวให้ทั่วใบหน้าเลย ทีนี้รอยดำๆ แบบเดิมๆ ก็จะหายไปเกือบหมดแล้วล่ะ
ถ้าอยากหายเกลี้ยงเข้าไปอีกนั้น ขอแนะนำเพิ่มเติมให้คุณใช้พู่กันปลายแหลมๆ จุ่มแต้มคอนซีลเลอร์มาแต้มจุดเล็กจุดน้อยแบบเก็บรายละเอียดให้หมดเลย
สุดท้ายให้ตบแป้งเบาๆ ได้ตามปกติเลย แต่ขอบอกนิดนึงว่าห้ามใช้พัพฟ์ถูหน้าเด็ดขาด เพราะคอนซีลเลอร์ที่เราบรรจงแต้มมาตั้งนานนั้นอาจหลุดออกได้ง่ายๆ
2. รอยแพนด้าใต้ดวงตา
สาวใดกลุ้มกับเรื่องแพนด้าอยู่ล่ะก็ แนะนำให้คุณรีบหาซื้อคอนซีลเลอร์ที่ใช้ทาใต้ดวงตา (Eyes Concealer) เฉดสีที่อ่อนกว่าสีผิว 1 เฉดมาเลยนะคะ สาวๆ ห้ามใช้มั่วๆ ปนกันนะ เพราะว่ารอบดวงตาเรานั้นบอบบาง ต้องคู่ควรกับคอนซีลเลอร์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ใต้ดวงตาแถมถนอมผิวเท่านั้นะ อีกอย่างนะ ถ้าใครขืนใช้คอนซีลเลอร์แบบอื่นมาทาใต้ตา หลังจากทาไปแล้วเนื้อครีมจะหนาเตอะ ยิ้มทีนี่จะเห็นเป็นรอยแผนที่ใต้ตาเลย ...ทีนี้เราก็มาลงมือบรรจงแต้มอายคอนซีลเลอร์ใต้ดวงตากันเลย
ก่อนที่จะแต่งหน้าทุกครั้งนั้น ให้แต้มคอนซีลเลอร์ใต้ดวงตา 3 จุดเล็ก
แล้วใช้ปลายนิ้วหรือจะใช้แปรงแบนสำหรับทาคอนซีลเลอร์โดยเฉพาะมาเกลี่ยเบาๆ ก็ได้ โดยเริ่มเกลี่ยจากบริเวณที่ชิดขอบตามากที่สุดออกมาบริเวณใต้ตาให้เนียนเข้ากับสีผิว แค่นี้เป็นอันเสร็จ
ปัญหาเรื่องสิว ที่จริงแล้วไม่ใช่เรื่องสิวๆ เลย สักกะนิดเดียว มีเม็ดแดงๆ ผุดขึ้นมาหนึ่งเม็ดก็พาให้เสียเซลฟ์ได้เลย เดือดร้อนต้องรีบวิ่งหายาทาสิวกันยกใหญ่ บางครั้งทายาก็ยังไม่ยุบ แล้วจะออกไปลั้ลลาข้างนอกได้ไง ปัญหานี้แก้ได้ง่ายๆ ด้วยการใช้คอนซีลเลอร์ปกปิด แต่ขอให้เลือกคอนซีลเลอร์ชนิดที่เป็นแท่งหรือที่มีเนื้อเข้มข้นนะ และถ้าจะให้ดีด้วยก็ต้องเลือกเฉดสีเขียว (Green-based) ด้วย เพื่อปกปิดรอยแดงๆ ของสิวนั่นเอง
เริ่มด้วยทามอยซ์เจอไรเซอร์ชนิดออยล์ฟรีบริเวณรอบๆ เม็ดสิว เพื่อให้ผิวอ่อนนุ่มและไม่แห้งลอกเป็นขุย
จากนั้นใช้ปลายนิ้วหรือพู่กันแตะคอนซีลเลอร์สีเขียวมาแต้มเบาๆ ที่สิว แต้มให้ทั่วๆ ให้กลมกลืนเลยค่ะ
แล้วก็ลงคอนซีลเลอร์ที่มีเฉดสีใกล้เคียงกับสีผิวทับอีกที หรือจะลงเป็นรองพื้นแทนก็ได้ หรือใครจะเลือกคอนซีลเลอร์ชนิดปกปิดสิวโดยเฉพาะก็เวิร์คเลยค่ะ เพราะชนิดนี้ไม่มีทางระคายเคืองต่อสิวแน่นอน แถมยังมีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) ที่ช่วยให้สิวยุบเร็วขึ้นด้วย
สุดท้ายลงแป้งแต่งหน้าได้ตามปกติเลย
หลังจากที่บรรจงแต่งแต้มปกปิดร่องรอยด้วยคอนซีลเลอร์แล้ว ถึงกับตะลึงกับความสวยเนียนของใบหน้าเราเลยใช่ไหม ว้าว...มันน่าอัศจรรย์มากเลย รู้แบบนี้แล้วก็อย่าลืมปกปิดรอยคล้ำต่างๆ ด้วยคอนซีลเลอร์ทุกครั้งก่อนแต่งหน้า...
ขอบคุณ www.pooyingnaka.com
M.A.C Spring/Summer 2010 Trend
เขียนโดย
บทความเกร็ดความรู้ สุขภาพที่ผู้หญิง ไม่ควรพลาด
ที่
01:28
เทรนด์ความงามและสีสันของเมคอัพของฤดูใบไม้ผลิปี 2010 นี้ ได้แรงบันดาลใจจากความงามที่หลากหลาย ที่ทำให้ดูตื่นตาตื่นใจ และเปี่ยมไปด้วยลักษณะเฉพาะตัวของสาวชนเผ่า เช่น ที่แฝงไปด้วยความเป็นเนื้อแท้ ไม่ซ้ำแบบใคร (Underground Society), เมคอัพในโทนสีนู้ดแต่สร้างสรรค์อย่างประณีตบรรจง ดั่งการตัดเย็บชุดกูตูร์ (Pale’ N’ Dandy) รูปแบบการแต่งหน้าที่เต็มไปด้วยอิสรเสรีภาพ สนุกสนาน ผิวอมสีแทนยามต้องแสงแดด บ่งบอกถึงสุขภาพดี (American Nomad) หรือสีสันฉูดฉาดที่ได้แก้วสีแห่งเกาะมูราโนมาเป็นดั่งแรงบันดาลใจ (Dye-A-Tribe) ทำให้รันเวย์ของซีซั่นนี้ดูน่าสนใจ และเป็น A-Must เรียกได้ว่า “เป็นเทคนิคการแต่งหน้าที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกและทัศนคติได้อย่างยอดเยี่ยม” Terry Barber กล่าว ความสวยงามแบบเพ้อฝัน เลิศเลอเกินจริง ยากจะหยั่งถึงของฤดูกาลก่อนๆ ถูกแทนที่ด้วยความสวยงามแบบซิตี้เกิร์ลที่ดูดีหัวจรดเท้า คาดเดาได้ยาก เปี่ยมไปด้วยความเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง ด้วยการหยิบลูกเล่นของสีสันสะดุดตา และสร้างอารมณ์ได้อย่างชัดเจน
ที่เมืองไทย...คุณก็เป็นสาว เกาหลีได้
เขียนโดย
บทความเกร็ดความรู้ สุขภาพที่ผู้หญิง ไม่ควรพลาด
ที่
01:25
ได้เวลาของสาวไทยที่หลงใหลเทรนด์การแต่งหน้าสไตล์เกาหลีจะมาแต่งแต้มสีสันให้กับใบหน้า โดยเรามีวิธีการแต่งหน้าสไตล์เกาหลีมาแนะนำถึง 2 แบบด้วยกัน
ยังไม่มีทีท่าว่าจะซาลงไปได้ง่ายๆ สำหรับเกาหลีอินเทรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการคลั่งไคล้ซูเปอร์สตาร์จากแดนกิมจิ การเปลี่ยนรสนิยมไปชื่นชอบซีรีส์เกาหลี แฟชั่นการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตามแบบหนุ่มสาวแดนโสม ล่าสุดเกิดธุรกิจความสวยความงามสไตล์เกาหลีเกิดขึ้น คือ สถาบันความงามเกาหลี DHB Korea Beauty Academy
คิมซูจุง ครูสอนแต่งหน้าชาวเกาหลีที่เชี่ยวชาญการแต่งหน้าในสไตล์เกาหลี กล่าวว่า เทรนด์การแต่งหน้าสไตล์เกาหลีจะเน้นความสวยงามสดใสแบบธรรมชาติ หรือ Natural Make up ซึ่งเป็นเทรนด์ฮิตที่ได้รับความนิยมมากเพราะการแต่งหน้าสไตล์นี้ ทำให้ ผู้หญิงดูสดใส อ่อนเยาว์ จะว่าไปแล้วไม่ใช่เพียงแต่เกาหลีเท่านั้น การแต่งหน้าสไตล์นี้ ยังนิยมไปทั่วโลก
สำหรับประเทศเกาหลีนั้น เทรนด์การแต่งหน้าจะเปลี่ยนไปตามฤดูทั้ง 4 ฤดู เช่น ในฤดูใบไม้ผลิจะนิยมแต่งหน้าแบบเบาบางและใสๆ นิยมสีส้ม ชมพู ฤดูร้อนนิยมแต่งแบบ Pearl Make-up ซึ่งทำให้รู้สึกดูสดชื่น นิยมสีฟ้า ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวจะแต่งหน้าโดย ใช้สีน้ำตาล สีทอง สีขาว สีเทา เพื่อโชว์รูปตาที่ลึกลงไป แต่ตอนนี้เทรนด์เกาหลีที่กำลังนิยมอยู่คือ แต่งหน้าแบบ Natural Make up สไตล์สโมกกี้อาย เน้นดวงตา
ส่วนคนไทยไม่มีฤดูเหมือนประเทศเกาหลี ดังนั้นเราไม่จำเป็นที่จะตามแฟชั่นเหมือนของเกาหลี แต่อยากให้คนไทยเลือกแต่งหน้าตามรูปหน้าตา หรือสีผิวของตัวเองว่าเราเหมาะกับการแต่งหน้าแบบไหน และก็ประยุกต์การใช้สีที่หลายหลากดีกว่า
เมื่อลองเปรียบเทียบการแต่งหน้าของคนไทยและการแต่งหน้าของเกาหลีดูแล้ว ครูคิมได้พบว่า คนไทยส่วนมากมักจะไม่ค่อยแต่งหน้า หรือถ้าแต่งก็แต่งแบบเข้มจนเกินไป ทำให้ปกปิดใบหน้าที่สวยของคนไทยได้ แต่คนเกาหลีนั้น เมื่อแต่งหน้าสิ่งที่เขาคิดเป็นสิ่งแรกคือ การแต่งหน้าต้องทำให้เขาดูอ่อนวัยขึ้น ดังนั้นจะแต่งหน้าให้น้อยที่สุดและได้ผลตามที่ต้องการมากที่สุด
สิ่งที่ครูคิมฝากถึงสาวๆ คนไทยก็คือ “การเขียนคิ้วที่ดูหนาและเข้มและการปัดแก้มที่เข้มทำให้ดูมีอายุมากขึ้น ดังนั้นคนไทยถ้าเลือกใช้เครื่องสำอางที่เหมาะกับคนไทยและมีวิธีการแต่งหน้าที่ถูกต้องจะทำให้คุณดูสวยขึ้นกว่าเดิมได้”
เอาล่ะ! ได้เวลาของสาวไทยที่หลงใหลเทรนด์การแต่งหน้าสไตล์เกาหลีจะมาแต่งแต้มสีสันให้กับใบหน้า โดยเรามีวิธีการแต่งหน้าสไตล์เกาหลีมาแนะนำถึง 2 แบบด้วยกัน
แต่งหน้าแบบธรรมชาติ (Natural Make-up)
จุดเด่น ของการแต่งหน้าสไตล์ธรรมชาติ คือ การแต่งหน้าในแบบที่แต่งหน้าแล้วแต่ดูสวยใสราวกับไม่ได้แต่งหน้า ซ้ำยังสามารถ ปกปิดจุดด้อย และเสริมสร้างจุดเด่นบนใบหน้าให้สวยขึ้นได้อีก สังเกตได้จากสไตล์การแต่งหน้าของ “ชงเฮเคียว” นางเอกจากซีรีส์เกาหลีเรื่อง “Full house” และ “ลียองเอ” นางเอกจากเรื่อง “แดจังกึม” ในละครและหนังของเกาหลี จะเห็นได้ว่านางเอกเหล่านี้ไม่ได้แต่งหน้ามาก แต่สามารถออกมาสวยและเป็นธรรมชาติมากๆ
ข้อควรระวัง ของการแต่งหน้าสไตล์นี้ คือ การแต่งหน้านั้นไม่ใช่การโชว์สีที่ใบหน้า แต่การแต่งหน้านั้นเพื่อทำให้เราสวยขึ้นและทำให้เราดูเด็กลง
== รองพื้น ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดสำหรับการแต่งหน้าสไตล์ไทยและการแต่งหน้าสไตล์เกาหลี คือ การลงรองพื้น และการเขียนคิ้ว ซึ่งการแต่งหน้าสไตล์ Natural Make-up นั้น การลงรองพื้น และการเขียนคิ้ว ถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ถ้าเราลงรองพื้นและเขียนคิ้วเสร็จแล้ว ถือได้ว่าเราแต่งหน้าเสร็จไปแล้ว 70%
การลงรองพื้นให้เลือกตามสีผิวของเราเอง (อย่าลงให้ขาวเว่อร์เกินสีผิวจริง) ต้องลงรองพื้นให้เบาบางที่สุด และใช้คอนซิลเลอร์ปกปิดแค่ส่วนที่เราอยากจะปกปิดเท่านั้น เช่น สิว ฝ้า กระ รอยจุดด่างดำ แผลเป็น จะทำให้หน้าดูเบาบางกว่าการที่เราจะลงรองพื้นหนาๆ และให้กดเยอะๆ นานๆ เพื่อทำให้เครื่องสำอางอยู่ทนติดหน้าเราได้ทั้งวัน
== การเขียนคิ้ว แต่ละคนจะมีรูปคิ้วที่แตกต่างกัน คนเกาหลีนิยมเขียนคิ้วตามรูปคิ้วจริงๆ (จึงมองดูคิ้วหนา) ต่างจากคนไทยที่นิยมเขียนคิ้วแบบคันศร (เป็นเส้นเดียวยาวโค้ง) การเขียนคิ้วควรใช้ดินสอเขียนคิ้ว (Ebony Pencil) สกรูว์บรัช, และ แชโดว์บรัช ในการเขียนคิ้ว เพื่อจะทำให้คิ้วออกมาดูเป็นธรรมชาติ เวลาเขียนคิ้วพยายามอย่าให้โหนกคิ้วสูงจนเกินไป ทำให้รู้สึกนุ่มมากที่สุด
ข้อควรระวัง การใช้ดินสอเขียนคิ้วที่มีส่วนของน้ำมันผสมอยู่ จะทำให้คิ้วดูเข้มและไม่เป็นธรรมชาติ
ข้อควรระวัง การใช้ดินสอเขียนคิ้วที่มีส่วนของน้ำมันผสมอยู่ จะทำให้คิ้วดูเข้มและไม่เป็นธรรมชาติ
== อายแชโดว์ ควรลงรองพื้นให้เข้ากับโทนสีผิวของตัวเองก่อน หลังลงรองพื้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้สีชมพูเป็นพอยต์ (Point) เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่สว่างและเพิ่มส่วนที่เป็นไฮไลต์ โดยใช้แชโดว์ที่เป็นมุกจะให้ความรู้สึกที่ดูใส สว่าง ข้อสำคัญสาวเกาหลีจะเขียนขอบตาเฉพาะขอบตาบน
ข้อควรระวัง อย่าใช้สีมากเกินไป เพราะจะทำให้ดูเชย ไม่ทันสมัย ที่สำคัญแลดูไม่เป็นธรรมชาติ หากจะเล่นสีที่ตานิยมใช้โทนสีพาสเทล
== ลิปสติก การทาลิปนั้นไม่ต้องเน้นลิปไลน์มาก ควรทาลิปที่เป็นโทนสีแดงทาแค่ในปากเท่านั้น จะทำให้รู้สึกว่าริมฝีปากสว่าง สดใสขึ้น และให้ใช้ลิปกลอสทาตั้งแต่ริมฝีปากข้างในจนถึงข้างนอกให้แลดูเป็นธรรมชาติ
ข้อควรระวัง อย่าทาลิปกลอสในปริมาณที่มากเกินไป เพราะจะดูเหมือนว่าเพิ่งผ่านการรับประทานอาหารที่มันๆ มา
== บลัชออน การปัดแก้มควรใช้บลัชออนสีชมพูที่เป็นธรรมชาติปัดบนส่วนที่เป็นโหนกแก้ม (โดยลองยิ้มดูแล้วปัดตรงส่วนที่นูนขึ้นมามากที่สุด) แต่อย่าทามากเกินไป เพราะจะทำให้รู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ
จุดเด่น ของการแต่งหน้าแบบ Party Make-up เป็นการใช้เทคนิคการแต่งหน้าพื้นฐานของ Natural Make-up แต่ด้วยอิมเมจของงานปาร์ตี้จะมีลักษณะแบบหรูหราและงดงาม คนส่วนใหญ่จึงมักคิดว่าการแต่งหน้าไปงานปาร์ตี้จะต้องแต่งหน้าเข้มๆ เพื่อให้ดูหรูหรา ทว่าการแต่งหน้าหรูหรานั้นไม่ใช่การแต่งหน้าที่เข้ม ดังนั้นควรเปลี่ยนมาเป็นการแต่งหน้าแบบ Texture เพื่อที่จะทำให้ภาพลักษณ์ออกมา ดูหรูหราดีกว่า
การแต่งหน้าไปงานปาร์ตี้สามารถเลือกแต่งหน้าได้หลากหลายวิธี แต่ที่ดีและง่ายที่สุด คือ ใช้วิธีเลือกสีให้เข้ากับเสื้อผ้า
== รองพื้น การลงรองพื้นเหมือนกับการลงรองพื้นของการแต่งหน้า Natural Make-up คือลงให้บางที่สุดและใช้คอนซิลเลอร์ปกปิดในส่วนที่อยากจะปกปิดเท่านั้น ข้อแตกต่างสำหรับคนไทยกับเกาหลีอีกอย่างหนึ่งก็คือ “สีผิว” ดังนั้นคนไทยที่มีผิวคล้ำแต่อยากแต่งหน้าสไตล์เกาหลี ก็ให้เลือกครีมรองพื้นตามสีผิวจริงๆ ของตัวเอง ไม่ต้องกังวลเรื่องความขาวความดำ เพราะถ้าจะเอาให้หน้าขาวแล้วแต่งออกมาเหมือนคนเกาหลีเปี๊ยบนั้นเป็นการฆ่าตัวเองเปล่าๆ จงคิดว่าไม่ว่าจะผิวสีไหนก็แต่งหน้าสไตล์เกาหลีได้อันนี้ครูคิมคอนเฟิร์ม
== การเขียนคิ้ว ให้กันคิ้วเพียงแค่เอาคิ้วที่เกินๆ ออกเท่านั้น ให้คงรูปของคิ้วเดิมไว้ อาจมีการเขียนคิ้วเพิ่มเติมบ้าง (กรณีที่คิ้วบางมาก) ระวังอย่าเขียนคิ้วให้ยาวเกินไปเพราะจะทำให้ดูมีอายุ และอย่าให้ดูมีเหลี่ยมที่เห็นเด่นชัด ให้เขียนโดยเขียนให้ดูนุ่มมากที่สุด
== ขนตาปลอม ในสมัยก่อนสาวเกาหลีจะเน้นการแต่งตาเพื่อให้ดูเด่นโดยนิยมขนตาปลอมที่มีขนาดใหญ่ติดให้ดูเหมือนตาตุ๊กตา แต่ช่วงนี้จะนิยมใช้ขนตาที่เป็นช่อ เพราะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น สำหรับคนไทยจะใส่ขนตาปลอมหรือไม่ใส่ก็ได้ เพียงแค่ดัดขนตาและปัดมาสคาร่าเพิ่มก็พอเพราะโดยธรรมชาติแล้วคนไทยตาโตและมีชั้นตา 2 ชั้นอยู่แล้ว
== ในส่วนของ Underline ให้เชื่อมต่อที่ Point color ลงมาที่ Underline ด้วย และให้ใช้ Black Pencil เขียนขอบตาด้านในเพื่อทำให้ดูตาลึกและตาโตขึ้น
ข้อควรระวัง การเขียนอายไลเนอร์ ไม่ควรเขียนตวัดขึ้น เพราะจะทำให้ตาเล็ก
== ลิปสติก ให้ใช้ลิปกลอสเพื่อเน้นความเป็นธรรมชาติ (คนเกาหลีนิยมใช้ลิปกลอสไม่ว่าการแต่งหน้าแบบไหน) แต่สีควรจะดูเข้มขึ้นมาหน่อย (อย่างไรก็ตาม สีชมพู ส้ม ดูเป็นเกาหลีมากๆ) จุดเด่นของการแต่งหน้าสไตล์เกาหลี คือ จะเน้นที่โทนสว่างใส ริมฝีปากวาวๆ เพราะว่าสาวเกาหลีเขาเน้นการเเต่งหน้าที่ออกแนวดูแล้วสุขภาพดียังไงล่ะ
== บลัชออน การปัดแก้มควรใช้สีชมพูและสีแป้งรองพื้นผสมกัน ปัดที่แก้ม ห้ามทาให้เข้มจนเกินไป แต่ปัดให้เห็นเป็นสีเรื่อๆ ก็พอ และให้ใช้ Pearl ทาที่ตรงไฮไลต์ใต้ตาเพื่อเพิ่มความรู้สึกที่ดูสว่าง และดูแฟนตาซี
เห็นไหมล่ะว่า การแต่งหน้าสไตล์เกาหลีไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเลย หากคุณมีพื้นฐานการแต่งหน้ามาแล้วยิ่งง่ายไปกันใหญ่ เพียงแต่จับเทรนด์การแต่งหน้าของเกาหลีให้ได้เท่านั้นเองว่า ตรงไหนมีลักษณะยังไง เช่น ปากวาวดูอวบอิ่มมีสุขภาพ แก้มชมพูระเรื่อเหมือนสาว ขี้อาย ตาต้องโตคมเข้ม สรุปรวมๆ แล้วการแต่งหน้าสไตล์เกาหลีนั้นสำคัญที่เน้นการแต่งหน้าเพื่อให้ดูสุขภาพดี สวยใส น่ารักทำให้วัย ดูอ่อนเยาว์ลง
ขอบคุณ Posttoday

ขอบคุณ Posttoday
ที่เมืองไทย...คุณก็เป็นสาว เกาหลีได้
เขียนโดย
บทความเกร็ดความรู้ สุขภาพที่ผู้หญิง ไม่ควรพลาด
ที่
01:22
ได้เวลาของสาวไทยที่หลงใหลเทรนด์การแต่งหน้าสไตล์เกาหลีจะมาแต่งแต้มสีสันให้กับใบหน้า โดยเรามีวิธีการแต่งหน้าสไตล์เกาหลีมาแนะนำถึง 2 แบบด้วยกัน
ยังไม่มีทีท่าว่าจะซาลงไปได้ง่ายๆ สำหรับเกาหลีอินเทรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการคลั่งไคล้ซูเปอร์สตาร์จากแดนกิมจิ การเปลี่ยนรสนิยมไปชื่นชอบซีรีส์เกาหลี แฟชั่นการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตามแบบหนุ่มสาวแดนโสม ล่าสุดเกิดธุรกิจความสวยความงามสไตล์เกาหลีเกิดขึ้น คือ สถาบันความงามเกาหลี DHB Korea Beauty Academy
คิมซูจุง ครูสอนแต่งหน้าชาวเกาหลีที่เชี่ยวชาญการแต่งหน้าในสไตล์เกาหลี กล่าวว่า เทรนด์การแต่งหน้าสไตล์เกาหลีจะเน้นความสวยงามสดใสแบบธรรมชาติ หรือ Natural Make up ซึ่งเป็นเทรนด์ฮิตที่ได้รับความนิยมมากเพราะการแต่งหน้าสไตล์นี้ ทำให้ ผู้หญิงดูสดใส อ่อนเยาว์ จะว่าไปแล้วไม่ใช่เพียงแต่เกาหลีเท่านั้น การแต่งหน้าสไตล์นี้ ยังนิยมไปทั่วโลก
สำหรับประเทศเกาหลีนั้น เทรนด์การแต่งหน้าจะเปลี่ยนไปตามฤดูทั้ง 4 ฤดู เช่น ในฤดูใบไม้ผลิจะนิยมแต่งหน้าแบบเบาบางและใสๆ นิยมสีส้ม ชมพู ฤดูร้อนนิยมแต่งแบบ Pearl Make-up ซึ่งทำให้รู้สึกดูสดชื่น นิยมสีฟ้า ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวจะแต่งหน้าโดย ใช้สีน้ำตาล สีทอง สีขาว สีเทา เพื่อโชว์รูปตาที่ลึกลงไป แต่ตอนนี้เทรนด์เกาหลีที่กำลังนิยมอยู่คือ แต่งหน้าแบบ Natural Make up สไตล์สโมกกี้อาย เน้นดวงตา
ส่วนคนไทยไม่มีฤดูเหมือนประเทศเกาหลี ดังนั้นเราไม่จำเป็นที่จะตามแฟชั่นเหมือนของเกาหลี แต่อยากให้คนไทยเลือกแต่งหน้าตามรูปหน้าตา หรือสีผิวของตัวเองว่าเราเหมาะกับการแต่งหน้าแบบไหน และก็ประยุกต์การใช้สีที่หลายหลากดีกว่า
เมื่อลองเปรียบเทียบการแต่งหน้าของคนไทยและการแต่งหน้าของเกาหลีดูแล้ว ครูคิมได้พบว่า คนไทยส่วนมากมักจะไม่ค่อยแต่งหน้า หรือถ้าแต่งก็แต่งแบบเข้มจนเกินไป ทำให้ปกปิดใบหน้าที่สวยของคนไทยได้ แต่คนเกาหลีนั้น เมื่อแต่งหน้าสิ่งที่เขาคิดเป็นสิ่งแรกคือ การแต่งหน้าต้องทำให้เขาดูอ่อนวัยขึ้น ดังนั้นจะแต่งหน้าให้น้อยที่สุดและได้ผลตามที่ต้องการมากที่สุด
สิ่งที่ครูคิมฝากถึงสาวๆ คนไทยก็คือ “การเขียนคิ้วที่ดูหนาและเข้มและการปัดแก้มที่เข้มทำให้ดูมีอายุมากขึ้น ดังนั้นคนไทยถ้าเลือกใช้เครื่องสำอางที่เหมาะกับคนไทยและมีวิธีการแต่งหน้าที่ถูกต้องจะทำให้คุณดูสวยขึ้นกว่าเดิมได้”
เอาล่ะ! ได้เวลาของสาวไทยที่หลงใหลเทรนด์การแต่งหน้าสไตล์เกาหลีจะมาแต่งแต้มสีสันให้กับใบหน้า โดยเรามีวิธีการแต่งหน้าสไตล์เกาหลีมาแนะนำถึง 2 แบบด้วยกัน
แต่งหน้าแบบธรรมชาติ (Natural Make-up)
จุดเด่น ของการแต่งหน้าสไตล์ธรรมชาติ คือ การแต่งหน้าในแบบที่แต่งหน้าแล้วแต่ดูสวยใสราวกับไม่ได้แต่งหน้า ซ้ำยังสามารถ ปกปิดจุดด้อย และเสริมสร้างจุดเด่นบนใบหน้าให้สวยขึ้นได้อีก สังเกตได้จากสไตล์การแต่งหน้าของ “ชงเฮเคียว” นางเอกจากซีรีส์เกาหลีเรื่อง “Full house” และ “ลียองเอ” นางเอกจากเรื่อง “แดจังกึม” ในละครและหนังของเกาหลี จะเห็นได้ว่านางเอกเหล่านี้ไม่ได้แต่งหน้ามาก แต่สามารถออกมาสวยและเป็นธรรมชาติมากๆ
ข้อควรระวัง ของการแต่งหน้าสไตล์นี้ คือ การแต่งหน้านั้นไม่ใช่การโชว์สีที่ใบหน้า แต่การแต่งหน้านั้นเพื่อทำให้เราสวยขึ้นและทำให้เราดูเด็กลง
== รองพื้น ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดสำหรับการแต่งหน้าสไตล์ไทยและการแต่งหน้าสไตล์เกาหลี คือ การลงรองพื้น และการเขียนคิ้ว ซึ่งการแต่งหน้าสไตล์ Natural Make-up นั้น การลงรองพื้น และการเขียนคิ้ว ถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ถ้าเราลงรองพื้นและเขียนคิ้วเสร็จแล้ว ถือได้ว่าเราแต่งหน้าเสร็จไปแล้ว 70%
การลงรองพื้นให้เลือกตามสีผิวของเราเอง (อย่าลงให้ขาวเว่อร์เกินสีผิวจริง) ต้องลงรองพื้นให้เบาบางที่สุด และใช้คอนซิลเลอร์ปกปิดแค่ส่วนที่เราอยากจะปกปิดเท่านั้น เช่น สิว ฝ้า กระ รอยจุดด่างดำ แผลเป็น จะทำให้หน้าดูเบาบางกว่าการที่เราจะลงรองพื้นหนาๆ และให้กดเยอะๆ นานๆ เพื่อทำให้เครื่องสำอางอยู่ทนติดหน้าเราได้ทั้งวัน
== การเขียนคิ้ว แต่ละคนจะมีรูปคิ้วที่แตกต่างกัน คนเกาหลีนิยมเขียนคิ้วตามรูปคิ้วจริงๆ (จึงมองดูคิ้วหนา) ต่างจากคนไทยที่นิยมเขียนคิ้วแบบคันศร (เป็นเส้นเดียวยาวโค้ง) การเขียนคิ้วควรใช้ดินสอเขียนคิ้ว (Ebony Pencil) สกรูว์บรัช, และ แชโดว์บรัช ในการเขียนคิ้ว เพื่อจะทำให้คิ้วออกมาดูเป็นธรรมชาติ เวลาเขียนคิ้วพยายามอย่าให้โหนกคิ้วสูงจนเกินไป ทำให้รู้สึกนุ่มมากที่สุด
ข้อควรระวัง การใช้ดินสอเขียนคิ้วที่มีส่วนของน้ำมันผสมอยู่ จะทำให้คิ้วดูเข้มและไม่เป็นธรรมชาติ
ข้อควรระวัง การใช้ดินสอเขียนคิ้วที่มีส่วนของน้ำมันผสมอยู่ จะทำให้คิ้วดูเข้มและไม่เป็นธรรมชาติ
== อายแชโดว์ ควรลงรองพื้นให้เข้ากับโทนสีผิวของตัวเองก่อน หลังลงรองพื้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้สีชมพูเป็นพอยต์ (Point) เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่สว่างและเพิ่มส่วนที่เป็นไฮไลต์ โดยใช้แชโดว์ที่เป็นมุกจะให้ความรู้สึกที่ดูใส สว่าง ข้อสำคัญสาวเกาหลีจะเขียนขอบตาเฉพาะขอบตาบน
ข้อควรระวัง อย่าใช้สีมากเกินไป เพราะจะทำให้ดูเชย ไม่ทันสมัย ที่สำคัญแลดูไม่เป็นธรรมชาติ หากจะเล่นสีที่ตานิยมใช้โทนสีพาสเทล
== ลิปสติก การทาลิปนั้นไม่ต้องเน้นลิปไลน์มาก ควรทาลิปที่เป็นโทนสีแดงทาแค่ในปากเท่านั้น จะทำให้รู้สึกว่าริมฝีปากสว่าง สดใสขึ้น และให้ใช้ลิปกลอสทาตั้งแต่ริมฝีปากข้างในจนถึงข้างนอกให้แลดูเป็นธรรมชาติ
ข้อควรระวัง อย่าทาลิปกลอสในปริมาณที่มากเกินไป เพราะจะดูเหมือนว่าเพิ่งผ่านการรับประทานอาหารที่มันๆ มา
== บลัชออน การปัดแก้มควรใช้บลัชออนสีชมพูที่เป็นธรรมชาติปัดบนส่วนที่เป็นโหนกแก้ม (โดยลองยิ้มดูแล้วปัดตรงส่วนที่นูนขึ้นมามากที่สุด) แต่อย่าทามากเกินไป เพราะจะทำให้รู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ
จุดเด่น ของการแต่งหน้าแบบ Party Make-up เป็นการใช้เทคนิคการแต่งหน้าพื้นฐานของ Natural Make-up แต่ด้วยอิมเมจของงานปาร์ตี้จะมีลักษณะแบบหรูหราและงดงาม คนส่วนใหญ่จึงมักคิดว่าการแต่งหน้าไปงานปาร์ตี้จะต้องแต่งหน้าเข้มๆ เพื่อให้ดูหรูหรา ทว่าการแต่งหน้าหรูหรานั้นไม่ใช่การแต่งหน้าที่เข้ม ดังนั้นควรเปลี่ยนมาเป็นการแต่งหน้าแบบ Texture เพื่อที่จะทำให้ภาพลักษณ์ออกมา ดูหรูหราดีกว่า
การแต่งหน้าไปงานปาร์ตี้สามารถเลือกแต่งหน้าได้หลากหลายวิธี แต่ที่ดีและง่ายที่สุด คือ ใช้วิธีเลือกสีให้เข้ากับเสื้อผ้า
== รองพื้น การลงรองพื้นเหมือนกับการลงรองพื้นของการแต่งหน้า Natural Make-up คือลงให้บางที่สุดและใช้คอนซิลเลอร์ปกปิดในส่วนที่อยากจะปกปิดเท่านั้น ข้อแตกต่างสำหรับคนไทยกับเกาหลีอีกอย่างหนึ่งก็คือ “สีผิว” ดังนั้นคนไทยที่มีผิวคล้ำแต่อยากแต่งหน้าสไตล์เกาหลี ก็ให้เลือกครีมรองพื้นตามสีผิวจริงๆ ของตัวเอง ไม่ต้องกังวลเรื่องความขาวความดำ เพราะถ้าจะเอาให้หน้าขาวแล้วแต่งออกมาเหมือนคนเกาหลีเปี๊ยบนั้นเป็นการฆ่าตัวเองเปล่าๆ จงคิดว่าไม่ว่าจะผิวสีไหนก็แต่งหน้าสไตล์เกาหลีได้อันนี้ครูคิมคอนเฟิร์ม
== การเขียนคิ้ว ให้กันคิ้วเพียงแค่เอาคิ้วที่เกินๆ ออกเท่านั้น ให้คงรูปของคิ้วเดิมไว้ อาจมีการเขียนคิ้วเพิ่มเติมบ้าง (กรณีที่คิ้วบางมาก) ระวังอย่าเขียนคิ้วให้ยาวเกินไปเพราะจะทำให้ดูมีอายุ และอย่าให้ดูมีเหลี่ยมที่เห็นเด่นชัด ให้เขียนโดยเขียนให้ดูนุ่มมากที่สุด
== ขนตาปลอม ในสมัยก่อนสาวเกาหลีจะเน้นการแต่งตาเพื่อให้ดูเด่นโดยนิยมขนตาปลอมที่มีขนาดใหญ่ติดให้ดูเหมือนตาตุ๊กตา แต่ช่วงนี้จะนิยมใช้ขนตาที่เป็นช่อ เพราะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น สำหรับคนไทยจะใส่ขนตาปลอมหรือไม่ใส่ก็ได้ เพียงแค่ดัดขนตาและปัดมาสคาร่าเพิ่มก็พอเพราะโดยธรรมชาติแล้วคนไทยตาโตและมีชั้นตา 2 ชั้นอยู่แล้ว
== ในส่วนของ Underline ให้เชื่อมต่อที่ Point color ลงมาที่ Underline ด้วย และให้ใช้ Black Pencil เขียนขอบตาด้านในเพื่อทำให้ดูตาลึกและตาโตขึ้น
ข้อควรระวัง การเขียนอายไลเนอร์ ไม่ควรเขียนตวัดขึ้น เพราะจะทำให้ตาเล็ก
== ลิปสติก ให้ใช้ลิปกลอสเพื่อเน้นความเป็นธรรมชาติ (คนเกาหลีนิยมใช้ลิปกลอสไม่ว่าการแต่งหน้าแบบไหน) แต่สีควรจะดูเข้มขึ้นมาหน่อย (อย่างไรก็ตาม สีชมพู ส้ม ดูเป็นเกาหลีมากๆ) จุดเด่นของการแต่งหน้าสไตล์เกาหลี คือ จะเน้นที่โทนสว่างใส ริมฝีปากวาวๆ เพราะว่าสาวเกาหลีเขาเน้นการเเต่งหน้าที่ออกแนวดูแล้วสุขภาพดียังไงล่ะ
== บลัชออน การปัดแก้มควรใช้สีชมพูและสีแป้งรองพื้นผสมกัน ปัดที่แก้ม ห้ามทาให้เข้มจนเกินไป แต่ปัดให้เห็นเป็นสีเรื่อๆ ก็พอ และให้ใช้ Pearl ทาที่ตรงไฮไลต์ใต้ตาเพื่อเพิ่มความรู้สึกที่ดูสว่าง และดูแฟนตาซี
เห็นไหมล่ะว่า การแต่งหน้าสไตล์เกาหลีไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเลย หากคุณมีพื้นฐานการแต่งหน้ามาแล้วยิ่งง่ายไปกันใหญ่ เพียงแต่จับเทรนด์การแต่งหน้าของเกาหลีให้ได้เท่านั้นเองว่า ตรงไหนมีลักษณะยังไง เช่น ปากวาวดูอวบอิ่มมีสุขภาพ แก้มชมพูระเรื่อเหมือนสาว ขี้อาย ตาต้องโตคมเข้ม สรุปรวมๆ แล้วการแต่งหน้าสไตล์เกาหลีนั้นสำคัญที่เน้นการแต่งหน้าเพื่อให้ดูสุขภาพดี สวยใส น่ารักทำให้วัย ดูอ่อนเยาว์ลง
ขอบคุณ Posttoday

ขอบคุณ Posttoday
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
RSS Feed
Twitter